ไปยังหัวข้อ

IP.Board Themes© Fisana
 

ประกาศสำคัญ !! (Important Announcement !)

เพื่อการแสดงผลที่ถูกต้องควรใช้ Firefox English:Thai, Google Chrome, IE8+ หรือ Operaในการเข้าใช้งานเว็บบอร์ดค่ะ



[PFW] โปรโมชั่น Star Dragonball บวก 1 - 9 !!! ติดตามรายละเอียดได้ที่




[แก้ไขรูปภาพ Avatar กดที่นี่จ้า|----|แก้ไข Signature กดที่นี่จ้า|----|แก้ไข Display Name กดที่นี่จ้า|----|แก้ไข About Me กดที่นี่จ้า|----|เชื่อมต่อ Facebook]


* * * * * 2 โหวต

10 ยอดวรยุทธ์ที่ปรากฎในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง


51 replies to this topic

#1 นายกีต้าร์

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 170 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 01:41 AM

1. สิบแปดฝ่ามือพิชิตมังกร
ฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า หรืออาจจะเรียกเป็น ฝ่ามือสยบมังกรสิบแปดท่า หรือผ่ามือปราบมังกรสิบแปดท่า ก็ตาม ล้วนแต่มีความหมายเดียวกัน วิชาฝีมือนี้มีบทบาทอย่างกว้างขวางในนิยายของกิมย้ง ผู้ใช้วิชานี้มักจะเป็นยอดแห่งจอมยุทธในยุคนั้นๆ แม้ว่าในยุคหลังๆจะเสื่อมถอยลงแต่ก็ยังมีการพูดถึงอยู่ ฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่าเป็นวิชาประจำพรรคกระยาจก ซึ่งเป็นพรรคที่ยิ่งใหญ่มีสมาชิกนับแสนกระจายอยู่ทั้วแผ่นดิน วิชาฝีมือนี่เป็นไปในทางกล้าแกร่งตรงไปตรงมา ผู้ที่เหมาะกับการฝึกวิชานี้จะต้องมีร่างกายกำยำแข็งแรง จึงไม่เหมาะกับสตรี วิชานี้มีผู้ใช้อยู่หลายคน บางคนแม้ไม่ใช่ศิษย์พรรคกระยาจกก็มีโอกาสได้ฝึก

รายชื่อฝ่ามือพิชิตมังกรสิบแปดท่า

1. (มังกรผยองได้สำนึก)

2. (มังกรบินอยู่สวรรค์)

3. (มังกรโรมรันกลางไพร)

4. (มังกรซ่อนกบดาน)

5. (เชี่ยวชาญข้ามแม่น้ำใหญ่)

6. (หงส์ร่อนพสุธา)

7. (ประดังโดยพลัน)

8. (สะท้านขวัญร้อยลี้)

9. (ทะยานสู่มหรรณพ)

10. (มังกรเทพสะบัดหาง)

11. (มังกรผงาดกลางทุ่ง)

12. (มังกรคู่ตักน้ำ)

13. (มัจฉาทะยานสมุทร)

14. (บังคับหกมังกร)

15. (เมฆหนาไร้ฝน)

16. (ลดสูญเสียเกิดผลลัพธ์)

17. (สัมผัสน้ำแข็งเหน็บหนาวกาย)

18. (มังกรพิโรธ)


2. สิบเจ็ดฝ่ามือกำสรดวิญญาณสลาย

เป็น ฝ่ามือที่เอี้ยก้วยเป็นผู้บัญญัติขึ้นเอง โดยหลังจากฝึกฝีมือกลางคลื่นทะเล หลายปีต่อมาจึงมีกำลังภายในรุดหน้าตามลำดับ มีอยู่วันหนึ่ง เอี้ยก้วยยืนอยู่ชายฝั่งทะเลเป็นเวลานาน ยามไร้เรื่องราวทดลองต่อยหมัดเตะเท้า เนื่องด้วยมีพลังการฝึกปรือล้ำลึก พอลงมือก็เปร่งอนุภาพไพศาล เพียงฝ่ามือเดียวถึงกับฟาดกระดองของเต่าทะเล ซึ่งอยู่บนชายหาดตัวหนึ่งแตกสลาย ดังนั้นใช้ความคิดบัญญัติเพลงฝ่ามือขึ้นมาชุดหนึ่ง ลงมือด้วยท่วงท่าแตกต่างกับวิชาฝีมือธรรมดาทั่วไป ความร้ายกาจอยู่ที่กำลังภายใน มีทั้งสิ้นสิบเจ็ดกระบวนท่า

ใน ชีวิตเอี้ยก้วยได้รับการชี้แนะจากยอดฝีมือไม่น้อย เริ่มจากร่ำเรียนเคล็ดข้อความกำลังภายในจากสำนักชวนจินก่า จากนั้นเซียวเหล่งนึ่งถ่ายทอดเคล็ดวิชาในคัมภีร์สุรางคนางค์ให้ ระหว่างที่อยู่ในสุสานโบราณพบเห็นคัมภีร์เก้าอิม อาวเอี้ยงฮงก็ถ่ายทอดลมปราณคางคก และวิธีบังคับชีพจรย้อนกลับ อั้งชิกกงและอึ้งย้งถ่ายทอดวิชาไม้เท้าตีสุนัขให้ ส่วนอึ้งเอี๊ยะซืออธิบายวิชาดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ และเพลงกระบี่ขลุ่ยหยกแก่เขา นอกจากวิชาดรรชนีเอกสุริยันแล้ว กล่าวได้ว่าศึกษาวิชาฝีมือของ ภูตบูรพา พิษประจิม ยาจกอุดร และกลางอิทธิฤทธิ์ สำหรับแนววิชาของสำนักสุสานโบราณ ก็เป็นมรรคาอีกสายหนึ่งนอกเหนือจากห้าสุดยอดฝีมือ ยามนี้พอหล่อหลอมรวมกัน ก็กำหนดเป็นอีกแนวทางหนึ่ง เพียงแต่เอี้ยก้วยหลงเหลือเพียงแขนเดียว ดังนั้นไม่อาศัยการเปลี่ยนแปลงของกระบวนท่าเข้าเอาชัย จงใจสวนทางกับหลักเหตุผลของวิชาบู๊

เอี้ยก้วยตั้งชื่อเพลงฝ่ามือชุดนี้ว่า เพลงฝ่ามือกำสรดวิญญาณสลาย โดยนำมาจากข้อความในกาพย์เปียกฮู่ ( กาพย์ลาจากจร ) ของกังเอียม ที่ว่า "เศร้ากำสรดวิญญาณสลาย คลาดคลาหายจากจรไปแสนไกล" และได้ใช้ฝ่ามือนี้ครั้งแรกตอนได้พบจิวแป๊ะทง

สิบเจ็ดฝ่ามือกำสรดวิญญาณสลาย


  • ซิมเกียเน็กเถี่ยว ( เนื้อเต้นใจสะท้าน )


  • กีนั้งอิวเทียน ( วิตกทุกร้อนเกินเหตุ )


  • บ้อตังแซ่อู๋ ( เสกสรรปั้นเรื่องราว )


  • ทัวนี้ตั่วจุ้ย ( ยืดเยื้อชวนรำคาญ )


  • ไป๊ฮ้วยคงก๊ก ( วนเวียนหุบเขาร้าง )


  • ลักปุกชงซิม ( ใจสู้ขาดแรงหนุน )


  • เกียซีเจ้าเน็ก ( ซากศพเดินได้ )


  • ย้งนั้งจื่ออิว ( คนเขลาหาเรื่องใส่ตน )


  • ต้อเกี้ยเง็กซี ( ฝืนทวนความประพฤติ )


  • ฮุ่ยจิ้มบ้วงเจี๊ยะ ( ลืมกินไม่หลับนอน )


  • โกวเฮ้งเจียะเอี้ย ( เงาโดดเดี่ยวร่างเดียวดาย )


  • อิ้มหึงทุงเซีย ( กลืนความแค้นไม่ออกปาก )


  • ลักซิ้งปุกอัน ( จิตทั้งหกไม่สงบ )


  • ข้งทู้ม้วกโล่ว ( อับจนสิ้นหนทาง )


  • มิ่นบ้อนั้งเส็ก ( หน้าไร้แววผู้คน )


  • เสียยิบฮุยฮุย ( จิตฟุ้งซ่านรัญจวน )


  • ไง้เยียกบักโกย ( ตะลึงงันราวกิ่งไม้ )

3. เก้าอิมจินเก็ง

ก้าอิมจินเก็งแบ่งออกเป็นสองส่วน เล่มต้นเป็นหลักวิชากำลังภายใน ส่วนเล่มท้ายเป็นเคล็ดวิชา (วิชาที่รู้จักกันดีคือ กรงเล็บกระดูกขาว หรือ เก้าอิมแป๊ะกุ๊กเหยี่ยว อันน่ากลัวซึ่งความจริงเป็นวิชาดรรชนีแต่หลายคนฝึกผิดจึงกลายเป็นกรงเล็บไป แทน) นอกจากนี้มีวิชาหมัด เท้า อาวุธ ค่ายกล อาวุธลับ หลายแขนงอยู่ด้วย รวมถึงวิธีการรักษาการบอบช้ำภายใน จัดเป็นยอดคัมภีร์ยุทธในจักรวาลกิมย้ง

เก้าอิมจินเก็งเป็นยอดวรยุทธที่คิดค้นโดยยอดคนที่ชื่อ อึ้งเซียะ เขาคิดค้นวรยุทธชุดนี้เพื่อแก้แค้น แต่เขาใช้เวลาในการคิดค้นนานเป็นสิบ ๆ ปี เมื่อออกตามหาศัตรูก็พบว่า ศัตรูทั้งหมดของเขาได้ตายไปตามอายุขัย เหลือเพียงยายเฒ่าอายุเกือบร้อยที่ไร้เรี่ยวแรง และเคยสู้กับเขาในอดีต อึ้งเซียะไม่อาจจะฆ่าหล่อนได้ จึงจากไปพร้อมกับปล่อยวางความแค้นทั้งหมด เพราะเขาได้แก้แค้นแล้วโดยใช้ เวลา เป็นอาวุธ แต่เก้าอิมจินเอ็งก็ถูกตกทอดสู่คนรุ่นหลัง และเกิดการแก่งแย่งไม่มีที่สิ้นสุด ยุทธภพก็ไม่เคยสงบสุขตั้งแต่นั้น จนกระทั่งเฮ้งเตงเอี้ยงเป็นผู้ชนะในการประลองกระบี่เขาฮั้วซัว ซึ่งเขา ได้เก็บรักษาคัมภีร์ชุดนี้ไว้ ต่อมาตกอยู่ในมือของมารบูรพา แต่กลับถูกศิษย์ของเขาขโมยหนีไปใช้สร้างความเดือดร้อน วิชานี้มีผู้เรียนรู้อีกคนคือจิวแป๊ะทง(เฒ่าทารก) เขาตีความวิชาออกมาและใช้ประยุกต์เป็นหลักวิชาเฉพาะตัว เช่น วิชาแบ่งจิตสองใจ สองมือขัดแย้ง และถ่ายทอดต่อให้กับก๋วยเจ๋ง และยังถ่ายทอดให้เซียวเหล่งนึ้งด้วย ซึ่งเซียวเหล่งนึ้งนำไป
ประยุกต์เป็นเพลงกระบี่คู่อันร้ายกาจที่สุดได้สำเร็จ





4. เก้าเอี้ยงจินเก็ง


เก้าเอี้ยงจินเก็ง (จีนตัวเต็ม: 九陽真經; จีนตัวย่อ: 九阳真经; พินอิน: Jiǔ Yáng Zhēn Jīng จิ่วหยางเจินจิง) เป็นวิชาฝีมือในนิยายกำลังภายในของกิมย้งเรื่อง มังกรหยก ภาค 2 และ ดาบมังกรหยก โดยปรากฏในเรื่อง มังกรหยกภาค 2 ในตอนท้ายเรื่อง นอกจากนี้ยังพบเห็นได้มากมายในนิยายกำลังภายในเก่าๆ หลายเรื่อง จนยากจะแยกแยะว่าใครเป็นต้นกำเนิดให้วิชานี้ โดยมีคำเล่าลือว่าวิชานี้เป็นของท่านฮุ่ยเคอที่ได้รับสืบทอดมาจากปรมาจารย์ตั๊กม้อ ซึ่งจะจริงเท็จขนาดไหนยังมิอาจพิสูจน์ได้ แต่นี่เป็นวิชาตรงข้ามกับเก้าอิมจินเก็ง เพราะเป็นหลักวิชาร้อนแรงดุจเปลวเพลิง ส่วนเก้าอิมจินเก็งเป็นแนวเย็นเยือก

จากนิยายดาบมังกรหยก วิชาในคัมภีร์เก้าเอี้ยงปรากฏครั้งแรกในตอนที่เอี้ยก้วย เซียวเล้งนึ้ง และก๊วยเซียงไปเที่ยวเล่นบนเขาฮั้วซัว บังเอิญพบเจอกับเซียวเซียงจือ กับ อีเคอซี ที่แอบเข้าไปลักลอบเอาคัมภีร์ลังกาวสูตรจากหอคัมภีร์วัดเสาหลินมา หลวงจีนกั๊กเอี้ยงและเตียป้อกุน (เตียซำฮงตอนเด็ก) จึงติดตามมาขอทวงคืนคัมภีร์จนทำให้เกิดต่อสู้กัน ตอนนี้เองที่พิสูจน์ได้ว่าเก้าเอี้ยงเป็นสุดยอดวิชาสายลมปราณ จากปากคำของเอี้ยก้วยที่บอกว่า น่ากลัวกั๊กเอี้ยงไต้ซือจะมีพลังวัตรเหนือกว่าตนขั้นหนึ่ง

เก้า เอี้ยงปรากฏอีกครั้งในเรื่องดาบมังกรหยกในตอนที่เตียบ่อกี้ได้ผ่าตัดช่วย เหลือชะนีแก่ตัวหนึ่ง แล้วพบเจอคัมภีร์ฉบับนี้ในท้องของมัน ซึ่งเตียบ่อกี้ไม่ทราบว่าแท้จริงแล้ว ชะนีตัวนี้เป็นชะนีของอีเคอซีที่แอบเอาคัมภีร์ลังกาวสูตรยัดใส่ไว้ในท้องของ มันนั่นเอง ต่อมาเตียบ่อกี้สามารถฝึกได้สำเร็จครบทุกขั้นเป็นคนแรก ทำให้พลังวัตรของเขาเพิ่มขึ้นมหาศาล และยังช่วยขับพิษฝ่ามือในร่างกายเขาได้ด้วย และวิชานี้เป็นรากฐานให้เตียบ่อกี้สำเร็จวิชาพลังเคลื่อนย้ายจักรวาลของนิ กายเม้งก่าในเวลาต่อมา จึงนับได้ว่า..เตียบ่อกี้เป็นผู้มีพลังวัตรสูงที่สุดแล้วในมังกรหยกทั้ง 3 ภาค




5. คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น


คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น (จีนตัวเต็ม: 易筋經; พินอิน: Yì Jīn Jīng) วิชานี้พบได้ในนิยายกำลังภายในหลายเรื่องโดยเฉพาะนิยายกำลังภายในยุคเก่า รวมทั้งนิยายกำลังภายในของกิมย้งด้วยเช่นเดียวกัน ที่ปรากฏเห็นเด่นชัดที่สุด คือ นิยายเรื่อง มังกรหยก, มังกรหยก ภาค 2, ดาบมังกรหยก, แปดเทพอสูรมังกรฟ้า, และ กระบี่เย้ยยุทธจักร

จาก หลักฐานที่ผ่านมาของนักโบราณคดีและนักประวัติศาสตร์ทำให้เชื่อว่า คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นเป็นวิชาที่ได้ดัดแปลงมาจากโยคะสูตรของอินเดียโดย ปรมาจารย์ตั๊กม้อ สาเหตุที่ทำให้ปรมาจารย์ตั๊กม้อต้องคิดวิชานี้ขึ้นมา เนื่องจากนิกายชยานนั้นเน้นการปฏิบัติสมาธิสูงมากเพื่อให้ไปถึงจุดที่เรียกว่า โพธิจิต ดังนั้นเพื่อให้การปฏิบัติธรรมมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปรมาจารย์ตั๊กม้อจึงได้บัญญัติวิชาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพชนิดนี้ขึ้น

คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นปรากฏตัวขึ้นอย่างเด่นชัดครั้งแรกในนิยายเรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า ถูกใช้โดยตัวละครปริศนาที่ไม่มีชื่อเรียกหา แต่นักอ่านได้เรียกกันทั่วไปว่า หลวงจีนหอไตร,หลวงจีนกวาดลานวัด, หลวงจีนนิรนาม บ้างล่ะ ซึ่งก็สามารถเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะใช้คำเรียกแบบไหนไหน และสาเหตุที่ทำให้วิชานี้เป็นหนึ่งในสุดยอดวิชาของกิมย้งนั้น เนื่องมาจากสาเหตุการใช้วิชานี้โจมตียอดฝีมืออย่าง เซียวเอี้ยวซัว และ ม่อย้งผัก ภายในกระบวนท่าเดียว

เก้ากระบี่เดียวดาย เป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาในตำนานของกิมย้ง ว่ากันว่าผู้บัญญัติมีฉายา ต๊กโกวคิ้วป่าย แปลว่า แสวงหาความพ่ายแพ้ ถูกอ้างถึงหลายเรื่อง ถ้าจะให้ว่ากันตามจริง อาจะนับได้ว่า เอี้ยก้วย ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เป็นทายาทของเค้าเนื่องจากได้พบหลุมศพพร้อมกระบี่ครบชุด ตั้งแต่กระบี่คมกริบ กระบี่หนัก และกระบี่ไม้ และยังได้ฝึกฝนเพื่อเพิ่มกำลังภายในด้วยแนวทางเดียวกันจากการแนะนำของอินทรี อีกด้วย แต่เอี้ยก้วยไม่ได้ฝึกท่ากระบี่นะ นั่นแปลว่ากระบวนท่าและเคล็ดวิชาทั้งหลายเอี้ยก้วยสะสมจากประสบการณ์แล้วคิด เองใหม่หมด ส่วนกำลังภายในเกือบทั้งหมดได้จากการรำกระบี่ในน้ำตก และในทะเล

เก้ากระบี่เดียวดาย ไม่ถึงกับไร้ผู้สืบทอด ฟงชิงหยางแห่งสำนักฮั้วซัวเป็นผู้สอนวิชานี้ให้แก่เหล็งหูชงอีก ต่อหนึ่ง ตอนนั้นเหล็งหูชงมีกำลังภายในนิดหน่อย ฝึกไม่กี่ชั่วโมงก็เอาชนะดาบได้ หลังจากชนะเลยได้เรียนเก้ากระบี่เดียวดายทั้งชุด ก่อนฝึกจำได้ว่าฟงชิงหยางถาม จงใคร่ครวญให้ดี ฝึกแล้วอาจเสียใจภายหลัง การแสวงหาความพ่ายแพ้นั้นก็แย่เหมือนกัน ดูตัวอย่างจากต๊กโกวคิ้วป่ายได้

หลายคนเข้าใจผิดว่าเก้ากระบี่เดียวดายมี 9 กระบวนท่า จริงๆ แล้วเก้ากระบี่เดียวดายไม่ใช่ท่ากระบี่ แต่เป็นเคล็ดกระบี่ 9 เคล็ด

  • เคล็ดทำลายกระบี่
  • เคล็ดทำลายดาบ
  • เคล็ดทำลายทวนและกระบอง
  • เคล็ดทำลายโซ่และฉมวก
  • เคล็ดทำลายแส้
  • เคล็ดทำลายฝ่ามือ
  • เคล็ดทำลายเกาทัณฑ์ (อาวุธลับ)
  • เคล็ดทำลายลมปราณ
  • เคล็ดรวม

อย่างที่บอกว่าเก้ากระบี่เดียวดายเป็นเคล็ดวิชา ไม่มีกระบวนท่าตายตัว ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว เคล็ดทั้งหมดมีจุดมุ่งหมายเพื่อหาจุดอ่อนในจุดอ่อนนั่นเอง ความหมายของจุดอ่อนในจุดอ่อนก็คือ จุดอ่อนที่ไม่สามารถละเลยได้ ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า ทุกกระบวนท่ามีจุดอ่อน จะมากน้อยขึ้นกับประสบการณ์ของผู้ใช้ เมื่อมองเห็นจุดอ่อนในจุดอ่อนเราก็สามารถจู่โจมจุดนั้น ผลก็คือคู่ต่อสู้ต้องป้องกันตัว ระหว่างป้องกันตัวก็จะมีจุดอ่อนเกิดขึ้นอีก เราก็โจมตีจุดอ่อนนี้อีก ทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนชนะ สรุปง่ายๆ ทุกกระบวนท่าสามารถทำลายได้ และเก้ากระบี่เดียวดายเป็นเคล็ดวิชาทำลายแบบหนึ่งต่อหนึ่ง ถ้าคู่ต่อสู้ใช้ 1 ท่าเก้ากระบี่เดียวดายก็มีเพียง 1 ท่า ถ้าคู่ต่อสู้ใช้ 100 ท่าเก้ากระบี่เดียวดายก็มี 100 ท่าเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเก้ากระบี่เดียวดายจะเป็นเคล็ดที่ไม่แพ้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะชนะเสมอไป เมื่อใช้เก้ากระบี่เดียวดายจะเกิดกระบวนท่า ซึ่งสามารถถูกทำลายได้เช่นเดียวกัน หรือจะพูดตรงๆ ก็คือ เก้ากระบี่เดียวดาย มีโอกาสเสมอ เมื่อเจอกับคู่ต่อสู้ที่มีประสบการณ์สูงกว่

7. คัมภีร์ทานตะวัน


คัมภีร์ทานตะวัน เป็นชื่อของสุดยอดคัมภีร์ยุทธ์วิชาหนึ่งในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ปรากฎครั้งแรกจากเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักร

ในเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักร "คัมภีร์ทานตะวัน" วิชาที่ชาวยุทธ์ร่ำลือกันว่าเป็นยอดเหนือวิทยายุทธ์อื่นใด และต่างแย่งชิงกันครอบครองเพื่อความเป็นใหญ่

คัมภีร์ทานตะวันเล่มนี้ แต่งโดยขันทีในวังหลวงเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน และสามร้อยกว่าปีมานี้ไม่มีผู้ใดสามารถฝึกวิชาฝีมือในคัมภีร์สำเร็จ แล้วคัมภีร์ก็ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อน คัมภีร์เล่มนี้ปรากฏว่าตกเป็นของวัดเส้าหลินในมณฑลฟุโจว เจ้าอาวาสวัดตอนนั้นคือ อั้งเฮียะไต้ซือ

ครั้งหนึ่งเมื่อร้อยกว่าปีก่อนมีศิษย์หัวซานสองคนคือ งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง ไปเป็นแขกที่วัดเส้าหลิน ไม่ทราบมีโอกาสอย่างไรได้ขโมยดูคัมภีร์ทานตะวัน

ทั้งสองแบ่งกันท่องคนละครึ่ง เมื่อกลับเข้าสำนักหัวซาน ทั้งสองพอท่องวิทยายุทธในคัมภีร์ออกมากลับไม่ปะติดปะต่อกัน คนทั้งสองต่างเข้าใจว่าอีกฝ่ายหนึ่งท่องผิด ( ต่อมาภายหลัง ทั้งคู่กลับกลายเป็นคู่อริ สำนักหัวซานก็แบ่งเป็นฝ่ายลมปราณ และฝ่ายกระบี่ )

เรื่องที่ งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง แอบดูคัมภีร์ทานตะวัน อีกไม่นานถูกอั้งเฮียะไต้ซือรู้เข้า ท่านไต้ซือทราบว่าวิทยายุทธในคัมภีร์เล่มนี้ร้ายกาจลึกล้ำสุดคาดเดา ระหว่างฝึกปรือขอเพียงผิดเพี้ยนสักเล็กน้อย แม้ไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บ ดังนั้น ท่านไต้ซือจึงมอบหมายให้ โต่วง้วนไต้ซือซือ ผู้เป็นศิษย์เดินทางสู่หัวซาน เกลี้ยกล่อมงักเซียว และฉั่วจื้อฮง อย่าได้ฝึกวิทยายุทธในคัมภีร์ทานตะวันที่ทั้งสองได้ลักลอบท่องจำออกมา

ศิษย์หัวซานทั้งสองสำนึกผิด และฝึกไม่ได้สักที เลยขอคำชี้แนะ บังเอิญศิย์รักของท่านเจ้าอาวาส ฉลาดปราดเปรื่อง ว่าไปตามความเข้าใจ แนะวิธีโดยหลักการและเหตุผล สุดท้ายตัวเองเกิดความโลภเมื่อเห็นยอดวิชา เลยคัดลอกลงในจีวร และสึกจากการเป็นบรรพชิต ไปคุมสำนักประกันภัย ซึ่งคนผู้นี้คือ ทวดของหลินผิงจื่อ และใช้วิชาดัดแปลงในคัมภีร์ทานตะวันสร้างชื่อ กลายเป็นวิชา เพลงกระบี่ปราบมารเจ็ดสิบสองท่า

ซึ่งความจริง นี่ไม่อาจโทษใครได้ เมื่อพบเห็นวิทยายุทธอันลึกล้ำ ไหนเลยจะห้ามใจไม่ฝึกปรือได้

งักเซียว และ ฉั่วจื้อฮง แห่งสำนักหัวซาน เขียนคัมภีร์ทานตะวันไม่นาน ก็ถูกสิบผู้อาวุโสนิกายตะวันจันทราฆ่าทิ้ง คัมภีร์ทานตะวันฉบับนี้ ก็ถูกช่วงชิงไป ( จนกระทั่งคัมภีร์ฉบับนี้ตกทอดมาถึง ตงฟางปุ๊ป้าย ผู้ที่ตีความคัมภีร์ออกมาได้ลึกซึ้งและฝึกจนสำเร็จ )

ไม่นานให้หลัง อั้งเฮียะไต้ซือ ก่อนมรณะภาพ ได้เรียกตัวศิษย์ทั้งหมดเข้าพบ บอกต้นสายปลายเหตุของคัมภีร์ทานตะวัน ฉบับสมบูรณ์ เล่มนี้ จากนั้นโยนคัมภีร์เข้าเตาไฟทำลายทิ้ง โดยบอกว่าคัมภีร์เล่มนี้ลึกล้ำพิสดารสุดคาดเดา ซ้ำยังทำให้เกิดปัญหามากมาย เกิดการแย่งชิง เกิดการนองเลือด หากตกทอดถึงชนรุ่นหลังมิใช่วาสนาของยุทธภพ

คัมภีร์ทานตะวันนั้นข้อเด่นคือฝึกแล้วเพิ่มพลังภายในให้ อย่างมหาศาลแล้วทำให้ผู้ฝึกเคลื่อนที่ได้รวดเร็วยิ่ง แต่ฝึกได้เฉพาะบุรุษเพศเท่านั้น และหากต้องการจะฝึกต้องทำการตอนตัวเองเสียก่อนด้วย นับเป็นราคาที่แพงเพื่อแลกกับความยิ่งใหญ่

8. ไม้เท้าตีสุนัข


ไม้เท้าตีสุนัข หรือ ไม้ตีสุนัข (อังกฤษ: Dog-Beating Stick Technique; จีน: 打狗棒法) ปรากฏในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง เรื่องมังกรหยก เป็นไม้ไผ่สีเขียวหยก เป็นไม้ประจำตัวประมุข เห็นไม้เหมือนเห็นประมุข จึงเป็นตัวแทนของประมุขพรรคยาจก ไม้ตีสุนัขทำจากไม้ไผ่เก้าปล้องสีเขียวที่หายาก มีลักษณะพิเศษ คือ แข็งเหมือนหยก แต่แกร่งดั่งเหล็กกล้า ผู้ได้รับตำแหน่งประมุขทุกรุ่นจะได้รับมอบไม้ตีสุนัข และเคล็ดวิชาเพลงไม้ตีสุนัข (แบ่งออกเป็นเพลงท่า 36 ท่า เคล็ดลับ 12 เคล็ดลับ) ซึ่งจะถ่ายทอดให้กับประมุขเพียงคนเดียวเท่านั้น

โจ้วซือ เอี้ย ผู้ก่อตั้งพรรคกระยาจก เป็นผู้บัญญัติเพลงไม้เท้าตีสุนัขขึ้น แบ่งออกเป็นสามสิบหกท่าไม้เท้าตีสุนัข ที่แล้วมาเป็นประมุขพรรคฯถ่ายทอดให้แก่ประมุขพรรคฯรุ่นหลัง โดยไม่ตกทอดแก่บุคคลที่สอง ซึ่งพลังฝีมือของพระมุขพรรครุ่นที่สาม ยังเหนือล้ำกว่าโจ้วซือเอี้ยผู้ก่อตั้งสำนัก ได้คิดค้นท่วงท่าเปลี่ยนแปลงไปในเพลงไม้เท้าตีสุนัขชุดนี้เข้าไปอีก

เอี้ยก้วยได้รับการถ่ายทอดเพลงท่าจากอั้งชิดกง และเคล็ดลับจากอึ้งย้ง เป็นคนเดียวที่ไม่ได้เป็นประมุขพรรคฯและเป็นคนสุดท้ายที่ฝึกวิชานี้สำเร็จ

ซู ซาฮาเอ๋อซาน - ประมุขพรรคคนสุดท้าย จากเรื่องยาจกซูไม้เท้าประกาศิต ผู้ทำลายไม้เท้าตีสุนัขเนื่องจากการประลองคัดเลือกหัวหน้าพรรคกระยาจก

9. ดรรชนีเอกสุริยัน - ดรรชนีกระบี่หกชีพจร


ดรรชนีเอกสุริยัน เป็นชื่อวิชากำลังภายใน ปรากฏในเรื่อง มังกรหยก งานประพันธ์ของ กิมย้ง

ดรรชนีเอกสุริยันของอิดเต็งไต้ซือ เป็นยอดวิชาดรรชนีประจำตระกูลต้วน พลังดรรชนีร้อนราวกับดวงอาทิตย์ อานุภาพรุนแรง แต่ก็สามารถใช้รักษาอาการบาดเจ็บภายในได้อย่างดี ภายหลังมีการดัดแปลงเป็นยอดวิชาดรรชนีกระบี่ที่ชื่อว่า กระบี่หกชีพจร ซึ่งมีอานุภาพร้ายกาจกว่า แต่ผู้ที่จะฝึกวิชานี้ได้จำเป็นต้องเป็นผู้ที่มีพลังภายในสูงมาก ที่ผ่านมามีเพียงต้วนอี้เท่านั้นที่ฝึกสำเร็จ พลังคางคกของอาวเอี๊ยงฮงแพ้ทางกับดรรชนีสุริยันมาก กล่าวกันว่ามีเพียงยอดวิชานิ้วดีดของมารบูรพาเท่านั้นที่ทรงอานุภาพเทียบเท่ากับดรรชนีเอกสุริยัน

ดรรชนีกระบี่หกชีพจร ("The Six Meridian Swords", 六脈神剑, Liu Mai Shen Jian) เป็นวิทยายุทธในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง

ดรรชนี กระบี่หกชีพจร หรือเพลงกระบี่หกสาย เป็นยอดวิชาดรรชนีของสกุลต้วนแห่งต้าหลี่ นับเป็นยอดวิชาอันดับหนึ่งแห่งแผ่นดิน อานุภาพร้ายกาจ รุนแรง ดรรชนีหกชีพจรเป็นวิชาที่ดัดแปลงมาจากดรรชนีสุริยัน ยิงพลังจากนิ้วทั้งหกออกไปเป็นปราณกระบี่ได้หกสายมีชื่อเรียกต่างกัน ผู้ฝึกวิชานี้ต้องมีพลังลมปราณสูงส่ง จึงยากต่อการฝึกพร้อมกันทั้งหกกระบี่ ทำให้น้อยคนนักที่จะสำเร็จวิชานี้ แม้แต่หลวงจีนแห่งวัดมังกรฟ้าที่มีพลังวัตรสูงยังต้องแบ่งกันฝึกคนละกระบี่ เมื่อประสานพร้อมกันจึงจะทรงอานุภาพ ต้วนอี้เป็นคนสุดท้ายที่สำเร็จวิชานี้ เพราะคัมภีร์ถูกผู้อาวุโสโกวย้งแห่งวัดมังกรฟ้าเผาทำลายเพื่อไม่ให้จิวม่อจื้อแย่ง ชิงไป ดังนั้นกระบี่หกชีพจรจึงสาบสูญไปในยุคของแปดเทพอสูรมังกรฟ้า เหลือเพียงดรรชนีเอกสุริยันที่สืบทอดมาจนถึงยุคมังกรหยก หรือยุคของราชันย์ทักษิณ ต้วนตี่เฮง นั่นเอง

รายนามกระบวนท่ามีดังนี้..

กระบี่จงเหิง - ยิงออกจากนิ้วกลาง
กระบี่กวนเหิง - นิ้วนาง
กระบี่ซางหยาง - นิ้วชี้
กระบี่เส้าเจ๋อ - นิ้วก้อยกับนิ้วโป้งรวมกัน
กระบี่เส้าเหิง - นิ้วก้อย
กระบี่เส้าชาง - นิ้วโป้ง

10. คัมภีร์สาวหยก - เพลงกระบี่สุรางคนางค์ใจพิสุทธิ์



คัมภีร์สาวหยก (วิชาดรุณีหยก หรือวิชาสตรีหยก หรือ คัมภีร์สุรางคนางค์ใจพิสุทธิ์ ) "Swordplay of Jade Maiden" (玉女素心劍法) เป็นสุดยอดวิชาของสำนักสุสานโบราณในนิยายกำลังภายในชุดมังกรหยกของกิมย้ง

ลิ้มเฉียวเอ็งเป็นผู้คิดค้นวิทยายุทธนี้เพื่อใช้สยบวิชาของสำนักช่วนจินก่า แต่กระนั้นก็เป็นยอดวิชาที่หาได้ยาก วิชานี้ต้องฝึกสองคนเพื่อป้องกันธาตุไฟแทรก ลี้มกโช้วต้องการครอบครองวิชาชุดนี้มากจึงพยายามที่จะลอบเข้าสุสานโบราณหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ และต่อมาเอี้ยก่วยและเซียวเหล่งนึ่งก็ฝึกวิชานี้จนสำเร็จ

เคล็ดวิชาสุรางคนางค์ ( วิชาหฤทัยสาวหยก , วิชาดรุณี )
เง็ก นึ่งซิมเก็ง หรือ เคล็ดวิชาสุรางคนางค์นั้นบัญญัตขึ้นโดยลิ้มเฉียวเอ็ง นางชนะเดิมพันครอบครองสุสานโบราณด้วยปัญญา หากวิจารณ์พลังฝีมือ นับว่ายังสู้เฮ้งเต้งเอี้ยงไม่ได้ หลังจากที่นางพักอาศัยอยู่ในสุสารโบราณ ก็ศึกษาเคล็ดวิชาที่เฮ้งเต้งเอี้ยงตกทอดทิ้งไว้ก่อน จากนั้นใช้สมองครุ่นคิด ค้นคว้าบัญญัติวิชาฝีมือที่ใช้สะกดข่มวิชาของเฮ้งเต้งเอี้ยง
เพลงกระบี่ สุรางคนางค์เป็นดาวข่มของเพลงกระบี่ชวนจินก่าอย่างแท้จริง ทุกกระบวนท่าพอดีสะกดข่มเพลงกระบี่ชวนจินก่า จนไม่อาจขยับเคลื่อนย้ายได้ นับว่าจอคุกคามอยู่ทุกย่างก้าว ชิงสยบทุกท่วงท่า ไม่ว่าเพลงกระบี่ชวนจินก่าจะพลิกแพลงเปลี่ยนแปรงอย่างไร ไม่อาจสลัดหลุดจากการครอบคลุมของเพลงกระบี่สุรางคนางค์ได้
ใน ส่วนของวิชากำลังภายในนั้น ลิ้มเฉียวเอ็งคิดหาวิธีสยบ กลับไม่ง่ายดายนัก แต่ด้วยสติปัญญาอันชาญฉลาด ได้ค้นพบแนวทางลัด ใช้วิชาทางอธรรมช่วงชิงเป็นฝ่ายมีเปรียบ

การ ฝึกเคล็ดกำลังภายขอ เคล็ดวิชาสุรางคนางค์นั้น ต้องฝึกด้วยกันสองคน จึงเกื้อหนุนกันและกัน วิชากำลังภายในนี้มีอุปสรรคทุกฝีก้าว อาจโคจรพลังผิดแนวทางได้ทุกเมื่อ หากปราศจากผู้อื่นคอยช่วยเหลือ ต้องถูกธาตุไฟเข้าแทรกแน่นอน ต้องผนึกกำลังกันสองคนค่อยผ่านด่านอันตรายได้ เมื่อครั้งนั้นลิ้มเฉียวเอ็งฝึกร้วมกับสาวใช้ หลังจากสำเร็จได้ไม่นานก็ลาโลกไป ส่วนสาวใช้ ซึ่งเป็นอาจารณ์ของเซียวเหล่งนึ่งนั้นยังฝึกไม่สำเร็จ นอก จากต้องฝึกพร้อมกันสองคนแล้ว ขณะที่ฝึกลมปราณ ตลอดทั้งร้ายปรากฎไอร้อนระเหยออก ต้องเลือกพื้นที่วงกว้างไร้ผู้คน สยายเสื้อผ้าทั้งร้างออกฝึกปรือเพื่อขับเคลื่อนความร้อนออกไป โดยไม่เกิดการสะดุดติดขัด ไม่เช่นนั้นจะย้อนกลับมาสะสมอยู่ภายในกาย หากเป็นสถานเบาต้องป่วยหนัก สถานหนักต้องเสียชีวิต
เคล็ด วิชาสุรางคนางค์แบ่งลำดับขั้นตอนในการฝึกปรือเป็นเก้าขั้น หากฝึกในแนวเดียวเรียกว่าอิมจิ่ง ( เย็นรุกหน้า ) ฝึกปรือสองแนวเรียกว่าเอี้ยงถ่อ ( ร้อนถดถอย ) เมื่อฝึกในแนวทางร้อนถดถอย สามารถยุดยั้งยุติได้ทุกเมื่อ แต่ถ้าฝึกในแนวทางเย็นรุกหน้า ต้องดำเนินติดต่อตามกัน ไม่อาจมีอุปสรรคขัดข้องแต่กลางคัน





เพลงกระบี่สุรางคนางค์ใจพิสุทธิ์ ใน บทสุดท้ายของเคล็ดวิชาสุรางคนางค์นั้นต่างออกไปจากบทอื่นๆ เมื่อครั้งกระโน้นปรมจารย์ลิ้มเฉียวเอ็ง อาศัยอยู่ในสุสานโบราณเพียงลำพัง จัดทำคัมภีร์สุรางคนางค์ขึ้น มาตรแม้นเพื่อสะกดข่มวิชาฝีมือของสำนักชวนจินก่า แต่ในใจยังรักผูกพันต่อเฮ้งเต้งเอี้ยงไม่คลาย เมื่อมีรักเต็มอก เปรี่ยมความครุ่นคิดคะนึงหา ล้วนถ่ายทอดไว้ในคัมภีร์บทสุดท้ายนี้ โดยสร้างมโนภาพว่าสักวันหนึ่งสามารถเคียงบ่าเคียงไหล่กับชายคนรัก กระบี่คู่ที่กรีดกรายเป็นภาพ แท้จริงเพื่อการผนึกกำลังสยบสัตรูจึงเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญ ดังนั้นวิชาการต่อสู้ในบทสุดท้าย คนหนึ่งใช้ฝีมือในคัมภีร์สุรางคนางค์ คนหนึ่งใช้วิชาสำนักช้วนจิน ประสานเสริมซึ่งกันและกันแยกย้ายรุกจู่โจม แต่ในจารึกบนผนังศิลาไม่สะดวกกับการบ่งบอกความในใจข้อนี้

ครั้ งกระนู้ลิ้มเฉียวเอ็งบัญญัติเพลงกระบี่ชุดนี้เพราะใฝ่ฝันว่าจะได้เคียงข้าง กับเฮ้งเต้งเอี้ยงต่อต้านศัตรู ทุกกระบวนท่าล้วนผสานเสริมเกื้อกูลกัน ซึ่งความจริง ลิ้มเฉียวเอ็ง กับเฮ้งเต้งเอี้ยงล้วนเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่ง เพียงลำพังคนเดียวก็ไม่มีใครต้านติด วิชาผนึกกำลังต้านศัตรูนี้ แท้จริงไม่มีประโยชน์อันใดเพียงเป็นความฝันใฝ่ของลิ้มเฉียวเอ็ง เพื่อปลอบประโลมใจเท่านั้น

ต่อ มาเอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง ได้ทำให้วิชานี้เกิดขึ้นจริงมิใช่เป็นเพียงมโนภาพ โดยครั้งแรกที่ใช้ก็ใช้ต่อกรกับยอดฝีมืออย่างราชครูกิมลุ้น ถึงกับทำให้ราชครูกิมลุ้นต้องล่าถอยหนีไปลิ้ม เฉียวเอ็งพลาดหวังในสนามรัก อยู่ในสุสานโบราณ ตรมตรอมจนตัวตาย นางปราดเปรื่องทั้งบุ๋นบู๊ เรียนรู้พิณหมากล้อมตัวหนังสือภาพวาดสุดท้ายทุ่มเทวิชาความรู้ชั่วชีวิตยู่ ในพลังฝีมือชุดนี้ ขณะที่บัญญัติขึ้น เพียงเพื่อปลอบประโลมใจคลายเหงา มิคาดอีกหลายสิบปีให้หลัง กลับปรากฎคนรักคู่หนึ่งใช้ต่อต้านศัตรู่เข้มแข็ง นับว่าสุดที่นางจะคาดคิดมาก่อน

อย่าง ไร วิชาเพลงกระบี่สุรางคนางค์ใจพิสุทธิ์ ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้าง ทั้งคู่จะต้องเป็นคู่รักกัน หากมิใช่เพลงกระบี่ก็จะเปล่งอนุภาพได้จำกัด


ความจิงไม่ใช้ทุกอย่างเรื่องบ้างอย่างเราควรปิดบังมันไว้

#2 นายกีต้าร์

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 170 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 01:46 AM

รวมวิชา
1.วิชา ลมปราณภูติอุดร

ลมปราณภูติอุดร คือการชักนำกำลังภายในของชนชาวโลกมาเป็นของตัว วารีของสุดแคว้นแดนอุดร ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ สมดังคำว่าไว้ ร้อยธารรวมสู่ห้วงสมุทร น้ำในมหาสมุทรเกิดการร้อยสายธารมหรรณพอันไพศาลขึ้นอยู่กับการรวมตัวการเดิน ลมปราณผ่านชีพจร ไท้อิมฮุ้ยเก็ง เป็นบทแรกของลมปราณภูติอุดร

ชนชาวโลกฝึกลมปราณ ล้วนเริ่มจากจุดฮุ้นมึ้งถึงเสียวเซียว สำนักสราญรมย์เรากลับตรงกันข้าม เริ่มจากจุดเสียวเซียงถึงฮุ้นมึ้ง นิ้วหัวแม่มือพอสัมผัสถูกผู้คน กำลังภายในของอีกฝ่ายนึงจะถูกดึงดูดเข้าสู่ร่างเราขังรวมอยู่ที่จุดฮุ้นมึ้ง ทั้งหลาย แต่หากศัตรูมีพลังการฝึกปรือเหนือล้ำกว่าเราเฉกเช่น น้ำมหาสมุทรไหลย้อนเข้าสู่ท้องธาร เป็นอันตรายใหญ่หลวง ควรระมัดระวังให้มากไว้ สาขาปลีกย่อยของสำนักเรา ไม่อาจค้นพบวิถีทางที่ถูกต้อง ได้แต่สลายกำลังภายในศัตรู ไม่สามารถชักนำมาเป็นของตัว รังแต่ย่ำยีของมีค่า นับเป็นที่น่าหัวร่อนัก

2.ท่าเท้าท่องคลื่น

ท่าเท้าท่องคลื่นเป็นวิชาฝีมือขั้นสูงล้ำ ดังนั้นจึงจัดอยู่ตอนปลายของม้วนภาพ ความจริงต้องการให้ผู้คนฝึกปรือลมปราณภูติอุดรสำเร็จ ดึงดูดกำลังภายในผู้คน เพาะสร้างพลังลมปราณลึกล้ำแล้วค่อยฝึกปรือ ทุกฝีเท้าก้าวย่าง ความเคลื่อนไหวทั่วสรรพางค์กาย มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับลมปราณภายใน มิใช่เพียงก้าวเท้าเดินออกไปเท่านั้น

ท่าเท้าท่องคลื่นนี้เป็นการฝึกปรือกำลังภายในเหยียบย่ำครบหกสิบสี่ภาพลักษณ์ ถือว่าเป็นรอบหนึ่งกำลังภายในก็โคจรหมุนเวียนตามรอบหนึ่ง ดังนั้นต้วนอี้พอเดินรอบหนึ่ง กำลังภายในก็มีความก้าวหน้าอีกส่วนหนึ่ง จึงถือว่าเป็นการฝึกปรือกำลังภายในอีกทางหนึ่ง

" ประดุจเมฆลอยล่องบดบังจันทร์ แผ่วพลิ้วดั่งหิมะกลางสายลม ตัวเบาราวกระเรียนสถิต คล้ายเหินบินยังไม่เวียนว่อน เคลื่อนไหวไร้กฏเกณฑ์ เฉกเช่นคับขันคล้ายปลอดภัย เร่งหยุดยากกำหนด ดุจมุ่งหน้าดั่งหวนกลับ "

โดยเฉพาะข้อความสี่ประโยคสุดท้าย คือ " เคลื่อนไหวไร้กฏเกณฑ์ เฉกเช่นคับขันคล้ายปลอดภัย เร่งหยุดยากกำหนด ดุจมุ่งหน้าดั่งหวนกลับ " คล้ายเป็นแก่นแท้ของท่าเท้าชุดนี้

3.คากคกชาดวัวใหญ่ ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าแห่งหมื่นพิษ

ต้วนอี้ ตอนที่ถูกหนูเตียวสายฟ้า ของแม่นางจงหลิง กัดทำร้าย ทำให้พิษกระจายไปทั่วร่างตัวแข็งทื่ออ้าปากค้างหุบปากไม่ได้ แล้วบังเอิญไปเจอ คากคกชาดวัวใหญ่ ( ตัวสีแดงเหมือน ชาด มีเสียงร้องเหมือนวัวตัวใหญ่ ) ที่ตาม ตะขาบพิษ ที่หนีเข้าไปในปาก ต้วนอี้ ลงไปสู่กระเพาะ แล้วถูกน้ำย่อยของต้วนอี้ละลายกลายเป็นเป็นน้ำเลือดไป ทำให้ต้วนอี้ มีภูมิคุ้มกันต้านพิษได้ทุกชนิด

4.ดาวเคลื่อนดาราคล้อย
ดาวเคลื่อนดาราคล้อย เป็นวิทยายุทธในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง เรื่องแปดเทพอสูรมังกรฟ้า
ดาวเคลื่อนดาราคล้อยเป็นวิชาประจำตระกูลมู่หยง เป็นวิชายืมพลังฟาดพลัง ใช้หลักสี่ตำลึงปาดพันชั่ง เช่น เมื่อถูกผู้ใช้วิชาทวนแทงใส่ ก็จะถูกสะท้อนกลับสู่ผู้แทง แต่หากตระกูลมู่หยงไม่ได้สู้ตัวต่อตัว หรือไม่มีความมั่นใจปลิดชีพศัตรู จะไม่ใช้วิชาดาวเคลื่อนดาราคล้อย ทำให้ไม่มีผู้ใดรู้ฝีมือที่แท้จริงของตระกูลมู่หยง

5.ฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ

ฝ่ามือเหล็กลอยน้ำ หมายความว่าพลังฝ่ามือรุนแรงและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า นอกจากนี้ยังมีวิชาตัวเบาเป็นเลิศอีกด้วย นี่เป็นวิชาของสำนักฝ่ามือเหล็ก เจ้าสำนักชื่อฮิ้วเชยยิ่ม มีฝาแฝดชื่อว่าฮิ้วเชยเยี่ยเป็นนักต้มตุ๋น

โพสต์นี้ถูกแก้ไขโดย นายกีต้าร์: 18 November 2011 - 01:48 AM

ความจิงไม่ใช้ทุกอย่างเรื่องบ้างอย่างเราควรปิดบังมันไว้

#3 นายกีต้าร์

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 170 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 01:51 AM

วรยุทธของเอี้ยก้วย
พูดถึงตัวละครที่เป็นตัวเอกของเรื่อง ย่อมต้องมีวิทยยุทธสูงส่งเป็นธรรมดา เอี้ยก้วยก็เป็นอีกตัวละครที่เป็นเช่นนั้น วรยุทธของเอี้ยก้วยนั้นมีมากหลาย แต่ละวิชาล้วนมีที่มาแตกต่างกัน บ้างได้มาง่ายบ้างได้มายาก บ้างได้โดยบังเอิญ บ้างได้เพราะความพยายาม ในส่วนนี้จะมาไร่เรียงดูว่าเอี้ยก้วยได้วิชาจากที่ใดบ้าง และแต่ละวิชามีรายละเอียดอย่างไร
โพสรูปภาพ
ลมปราณคางคง
เอี้ยก้วยพอจะมีพื้นฐานอยู่บ้างจากมารดา แต่คงจะนับเป็นวรยุทธจริงจังไม่ได้ วิชาแรกที่เอี้ยก้วยได้เรียนรู้จริงๆคือวิชา ลมปราณคางคง ของ อาวเอี้ยงฮง ซึ่งเป็นหนึ่งในสุดยอดวิชาฝีมือในแผ่นดิน เอี้ยก้วยได้รับถ่ายทอดตั้งแต่เด็ก และก็ได้นำมาใช้ในหลายเหตุการ ภายหลังได้พบอาวเอี้ยงฮงอีกครั้งก็ได้รับการชี้แนะเพิ่มเติมถึงเคล็ดความ พิสดาร พร้อมทั้งสอนวิชาเก้าอิมแบบย้อนกลับ ทำใหได้วิชาบังคับชีพจรย้อนกลับไปด้วย
โพสรูปภาพ
วิชาสำนักสุสานโบราณ
ต่อมาพอได้เข้าไปในสุสานโบราณก็ได้เซียวเหล่งนึ่งเป็นอาจารย์ สอนวิชากำลังภายใน วิชาตัวเบา เพลงหมัดฝ่ามือ อาวุธและอาวุธลับของสำนักสุสานโบราณ เอี้ยก้วยสำเร็จวิชาทั้งหมดนี้ตอนอายุสิบหกปี วิชาเหล่านี้บัญญัติโดยสตรี จึงมีความคล่องแคล่วอ่อนช้อยเกินพอ แต่ขาดความหนักแน่นแกร่งกร้าว แต่เอี้ยก้วยมีนิสัยคึกคะนองชอบกระโดดโลดเต้น วิชาฝีมือแนวนี้กลับสอดคล้องกับนิสัยใจคอของเขา
โพสรูปภาพ
เพลงกระบี่สำนักชวนจินก่า
หลังจากนั้นเพื่อต้องการฝึกเคล็ดวิชาสุรางคนางค์ ซึ่งจำเป็นต้องเรียนรู้วิชาของสำนักชวนจินก่าก่อน เดิมทีเซียวเหล่งนึ่งศึกษาวิชานี้จากเครื่องหมายอักษรในห้องศิลาที่ เฮ้งเต้งเอี้ยงจารึกไว้ในตอนฝึกฝนวิชา แต่ก็ยังคงไม่เข้าใจ ดีทีเอี้ยก้วยเคยได้รับการถ่ายทอดเคล็ดวิชาของชวนจินก่าจากเตียจี้เก่ง แต่เตียจี้เก่งถ่ายทอดให้แต่เคล็ดวิชา ไม่ถ่ายทอดวิธีฝึกปรือให้ เอี้ยก้วยเพียงท่องจำขึ้นใจ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้ ยามนี้ท่องให้เซียวเหล่งนึ่งฟัง นางจึงทำการค้นคว้า บ่งชี้เคล็ดความสำคัญ และใช้เวลาหลายเดือน เรียนรู้วิชาฝีมือที่เฮ้งเต้งเอี้ยงจารึกทิ้งไว้ได้
โพสรูปภาพ
เคล็ดวิชาสุรางคนางค์ ( วิชาดรุณี สาวหยก )
เคล็ดวิชาสุรางคนางค์ ลิ้มเฉียวเอ็งบัญญัติขึ้นมาเพื่อทำลายล้างวิชาฝีมือสำนักชวนจินก่า เพลงกระบี่สุรางคนางค์เป็นดาวข่มของเพลงกระบี่ชวนจินก่าอย่างแท้จริง ทุกกระบวนท่า ทุกย่างก้าว ไม่ว่าจะพลิกแพลงอย่างไร ก็ไม่อาจสลัดหลุดการครอบคลุมของเพลงกระบี่สุรางคนางค์ได้ เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่งใช้เวลาหลายเดือนฝึกวิชาภายนอกสำเร็จ แต่วิชาภายในฝึกได้ยากเย็นกว่า ใช้อีกหลายเดือนถึงฝึกสำเร็จ
โพสรูปภาพ
วิชาจากคำภีร์เก้าอิม ( คัมภีร์นพยม )
ต่อมายังได้รู้วิชาจากคำภีร์เก้าอิม ซึ่งจารึกไว้บนเพดานห้องใต้ดิน ผู้จารึกคือเฮ้งเต้งเอี้ยง หลังจากลิ้มเฉียวเอ็งเสียชีวิต เฮ้งเต้งเอี้ยงลอบเข้าสุสานโบราณได้เห็นเคล็ดวิชาสุรางคนางค์ ที่ลิ้มเฉียวเอ็งจารึกไว้ สร้างความตระหนกจนหน้าถอดสี จึงพาตัวเองเข้าสู่ส่วนลึกของภูเขา ใช้เวลา 3 ปี หาวิธีทำลาย แต่ก็ยังหาไม่ได้จึงล้มเลิกไป สิบกว่าปีให้หลัง หลังจากได้คัมภีร์เก้าอิมมา ลองเปิดผ่านตาดูเห็นว่ามีหนทางเอาชนะได้ จึงจารึกเคล็ดวิชาเก้าอิม บนเพดานห้องศิลาใต้ดิน พร้อมกับระบุวิธีทำลายเคล็ดวิชาสุรางคนางค์ อย่างไรก็ตามวิชาเก้าอิมที่จารึกไว้นี้ไม่ใช่ฉบับสมบูรณ์ คัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเอาชนะวิชาของลิ้มเฉียวเอ็ง เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่งใช้เวลาปีเศษในการฝึกฝน
โพสรูปภาพ
วิชาไม้เท้าตีสุนัข
อีกแขนงวิชาที่นับว่าเป็นวิชาสุดยอดพิศดารของยุทธภพ นั้นคือวิชา ไม้เท้าตีสุนัข ซึ่งเป็นวิชาที่จะถ่ายทอดให้กับเจ้าสำนักกระยาจกเท่านั้น แต่เอี้ยก้วยได้เรียรู้วิชานี้โดยบังเอิญ โดยเริ่มต้นจากได้เรียนรู้กระบวนท่าทั้ง 36 ท่า จากอั้งฉิกกงบนยอดเขาฮั้วซั่ว และได้รู้เคล็ดวิชาจากอึ้งย้งในตอนที่แอบฟังอึ้งย้งถ่ายทอดวิชาให้ลู่อู่ค่า ตอนนั้นอึ้งย้งทวนหลายครั้งเพื่อให้ลู่อู่คาจำได้ แต่เอี้ยก้วยมีสติปัญญาล้ำเลิศพอฟังถึงรอบที่ 3 ก็ จดจำได้หมดไม่มีตกหลนแม้ซักคำ เอี้ยก้วยจึงได้วิชานี้ครบทั้งกระบวนท่าและเคล็ดวิชา แต่จะอย่างไรวิชาที่สุดยอดนี้ยังมีรายละเอียกปลีกย่อยวิธีใช้ วิธีปรับเปลียนพลิกแพลงที่หลากหลาย จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำเพิ่มเติม ซึ่งเอี้ยก้วยก็ไปได้ในส่วนนี้อีกประมาณหกเจ็ดส่วนของทั้งหมดในตอนที่ไปช่วย อึ้งย้งจากการตามล่าของกิมลุ้น ด้วยมันสมองของเอี้ยก้วย ถ้าหากได้ฝึกซ้อมขบคิดต่อ ย่อมสามารถใช้วิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์
โพสรูปภาพ
เพลงกระบี่ขลุ่ยหยก และดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ ( ดรรชนีธรรม )
เมื่อครั้งหนีการตามล่าจากลี้มกโช้ว ได้พบกับ มารบูรพา อึ้งเอี๊ยซื้อ เอี้ยก้วยพูดจาเก่งและยังมีนิสัยหลายอย่างตรงกับอึ้งเอี๊ยซือ คุยกันถูกคอ จึงได้รับการถ่ายทอดดรรชนีศักดิ์สิทธิ์ ( ดรรชนีเส่งคุน ) เพื่อไว้เอาชนะฝ่ามือเบ็ญจพิษของลี้มกโช้ว และเพลงกระบี้ที่ดัดแปลงจากขลุ่ยหยกอีกชุดไว้ทำลายแซ่ปัดของนาง วิชาฝีมือทั้งสองนี้ล้วนลึกล้ำพิศดาร คาดหวังความสำเร็จขั้นต้นต้องใช้เวลาหนึ่งปี หากคิดเอาชัยลี้มกโช้วต้องใช้เวลาสามปี
โพสรูปภาพ
กระบี้เหล็กนิลดำ
เอี้ยก้วยไปหาพี่อินทรี และได้ฝึกฝนยอดวิชาจากยอดคนผู้ล่วงลับนาม ต๊กโกคิ้วป้าย โดยได้พี่อินทรีเป็นคู่ซ้อม จากนั้นพี่อินทรีพาไปฝึกซ้อมกับการจู่โจมกับน้ป่าในลำธาร สลับกันการกินดีงูที่พี่อินทรีหามาให้ จนสำเร็จ ล่วงรู้ว่าเพลงกระบี่ของกระบี่หนักสิ้งสุดแต่เพียงนี้ ภายหน้ามีกำลังเพิ่มพูนกระบี้ที่ใช้จะมีน้ำหนักเบาลงทุกที นั่นเพราะพลังการฝึกปรือเพิ่มพูนเป็นล้ำลึกขึ้นอยู้กับการเพาะสร้างของตัว เอง ด้านเพลงกระบี่กลับบรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว
โพสรูปภาพ
วิชากระบี่ไม้
หลังจากรู้ว่าต้องรอเซียวเหล่งนึ่งเป็นเวลานาน จึงกลับไปหาพี่อินทรีใช้เวลาไปกับการฝึกซ้อมวิชากระบี่ แต่ฝึกอยู่หลายเดือนรู้สึกไม่คืบหน้า ภายหลังพี่อินทรีพาลงใต้ไปที่ชายฝั่งทะเลได้ฝึกซ้อม พุ่งกระบี่ไม้ฟาดฟันกลางคลื่นพิโรธ ในช่วงเวลาน้ำทะเลหนุนสูงทุกเที่ยงวันเที่ยงคืน ฝึกซ้อมโดยไม่ว่างเว้น เสียงกระบี่ยิ่งฟาดฟันยิงดังสะเทือนเลือนลั่น จากนั้นค่อยๆเบาลง และกลับจากเบาเป็นดัง จากดังเป็นเบา ย้อนทวนรวมเจ็ดครั้ง สุดท้ายจากเบาเป็นเบา ดังเป็นดัง ฝึกปรืออยู่ชายฝั่งทะเลนี้ถึง 6 ปี
โพสรูปภาพ
เพลงฝ่ามือกำสลดวิญญาณสลาย
และสุดท้าย ในช่วงเวลาที่เอี้ยก้วยเฝ้ารอเซียวเหล่งนึ่งนั้น ด้วยความสามารถสติปัญญาอันล้ำเลิศ มีความรู้จากวิชาที่ได้เรียนมาหลากหลาย รวมกับประสบการณ์การต่อสู่อย่างโชกโชน ได้คิดค้นบัญญัติยอดวิชาขึ้นเอง โดยให้นามว่า วิชา ฝ่ามือกำสลดวิญญาณสลาย ซึ่งมีด้วยกันหลายท่า บ้างก็เป็นวิชาที่ดัดแปลงมาจากวิชาที่เคยได้รับการถ่ายทอดมา บ้างก็เป็นท่าที่คิดขึ้นเองเป็นเอกเทศไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวิชาใด รวมแล้วได้ 17 ท่า ถือเป็นอีกหนึ่งยอดวิชาในยุทธภพ
ความจิงไม่ใช้ทุกอย่างเรื่องบ้างอย่างเราควรปิดบังมันไว้

#4 นายกีต้าร์

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 170 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 02:02 AM

สำนักต่างๆที่กล่าวถึงในนิยายกำลังภายใน

สำนักบู๊ตึ๊ง เป็นสำนักวิชากำลังภายในที่มีชื่อเสียงในนิยายกำลังภายในหลายเรื่อง โดยเฉพาะนิยายกำลังภายในของกิมย้ง

ประวัติ

ในเรื่องดาบมังกรหยก บู๊ตึ๊งเริ่มมาจากหลวงจีนในวัดเส้าหลิน ชื่อว่า จางซางฟงหรือเตียซำฮง ซึ่งเดิมมีชื่อว่า เตียกุนป้อ เป็นศิษย์ของท่านอาจารย์ กี๊กเอี้ยงซึ่งมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ อาจารย์กั๊กเอี้ยงสั่งให้เตียกุนป้อลงจากเส้าหลินเนื่องเพราะวัดมีภัย โดยมีผู้บุกรุกนามว่า สามวิเศษเขาคุนลุ้น ซึ่งภายหลังกลายเป็นเรื่องเข้าใจผิด โดยถ่ายทอดวิชาในคัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็นให้ ซึ่งถือว่าเป็นยอดวิชาลมปราณหลังกำเนิด (คู่กับซือชวยเก็ง หรือคัมภีร์ชะล้างไขกระดูก อันเป็นลมปราณก่อนกำเนิด) หลังจากลงจากวัด ได้พบกับก๊วยเซียงและร่วมทางกันช่วงหนึ่ง หลังจากนั้นได้ก่อตั้งสำนักชื่อว่าสำนัก บู๊ตึ๊ง และเปลี่ยนชื่อตนเองเป็น เตียซำฮง (ซำฮงหมายถึงยอดเขา 3ลูก) รับศิษย์รุ่นแรก 7 คน ซึ่งเป็นที่มีชื่อเสียงในยุทธภพมาก ชาวยุทธต่างขนานนามว่า 7 กระบี่บู๊ตึ๊ง หรือ 7 จอมยุทธบู๊ตึ๊ง วิชาที่โด่ดเด่นคือ วิชากระบี่และมวย โดยมีวรยุทธบางชุดของเส้าหลิน บางชุดดัดแปลง และมี ยอดวิชาของสำนักคือ กระบี่ไท่เก๊ก และมวยไท่เก๊ก ซึ่งเตียซำฮง บัญญัติขึ้นภายหลัง โดยสังเกตจากการต่อสู้ของ งูกับกระเรียน

ส่วน ตามประวัติศาสตร์ อาจารย์ของเตียซำฮงเป็นนักพรตในลัทธิเต๋านามว่า ฮวยเหล็งจินหยิน และมวยบู๊ตึงกับเส้าหลินไม่ได้มีพื้นฐานเดียวกันอย่างเช่นในนิยาย เนื่องจากมวยไท่เก็ก เป็นภูมิปัญญาแบบจีนแท้ เน้นความอ่อนหยุ่น ธาตุหยิน ใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ส่วนมวยเส้าหลินมีต้นกำเนิดมาจากแถบอินเดีย โดยมีรากฐานมาจากโยคะ คัมภีร์เปลี่ยนเส้นเอ็น ก็มีรากฐานมาจากวิชาโยคะ และศาสตร์ของพุทธมหายาน เน้นความแข็งกร้าว ธาตุหยาง

สำนักบู๊ตึ๊งมีความยิ่งใหญ่เทียบเคียงวัดเส้าหลิน ถือเป็นเสาหลักของยุทธภพ เตียซำฮงมีความสนิทกับก๊วยเซียงเจ้าสำนักง้อไบ๊

สำนักง้อไบ๊

เป็น สำนักนางชีที่มีชื่อด้านกำลังภายใน ปรากฏในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง ในภาษาจีนกลาง เรียกว่า เอ้อเหมย ซึ่งเป็นเขาที่มีอยู่จริง เชื่อกันว่าบนเขาเอ้อเหมยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์อยู่ เป็นหนทางที่สามารถเชื่อมต่อกับสวรรค์ได้ เพราะบนยอดเขามักจะมีคนพบเห็นแสงสว่างที่เป็นรัศมีเรืองรองอยู่บ่อยๆ ซึ่งนั่นเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่แสงอาทิตย์ทำมุมตกกระทบกับยอดเขานั่นเอง

ประวัติ

ใน นิยายเรื่องมังกรหยก ภาค 2 ก๊วยเซียง ลูกสาวคนที่สองของ ก๊วยเจ๋งกับอึ้งย้ง ได้รับทราบความจริงว่าเอี้ยก้วยญาติผู้พี่ที่ตนหลงรัก มีความแค้นกับพ่อแม่ แต่ในที่สุดเรื่องราวก็ได้คลี่คลาย และ เข้าใจกัน ในช่วงท้ายของ เรื่องกล่าวไว้ว่านางได้ก่อตั้งสำนักชีง้อไบ๊ ซึ่งมีชื่อเสียงทัดเทียมกับสำนักบู๊ตึ๊ง

ในเรื่องดาบมังกรหยก ประมุขง๊อไบ๊คือมิกจ้อซือไท่ ซึ่งครอบครองกระบี่อิงฟ้า หนึ่งในสองอาวุธสำคัญในเรื่อง
ชื่อของ ง้อไบ๊ ในภาษากลางอ่านออกเสียงว่า เอ้อเหมย

นอก จากปรากฏในเรื่อง มังกรหยก แล้ว ชื่อของเขา ง้อไบ๊ ยังปรากฏในเรื่อง นางพญางูขาว ด้วย ซึ่งเขาง้อไบ๊ หรือ เอ้อเหมย นี้ เป็นที่บำเพ็ญพรตของ นางพญางูขาว ไป๋ซู่เจิน นั่นเอง


ช้วนจินก่า (ช่วงจินก่า - ช้วนจินผ่าย - ฉวนเจิน แปลว่า ล้วนจริง)

เป็น สำนักในนิยายกำลังภายในของกิมย้ง เรื่องมังกรหยก โดยมีสมาชิกเป็นนักพรต ก่อตั้งโดยเฮ้งเตงเอี้ยง ภายหลังในมังกรหยกภาค 2 ขณะที่คูชู่กีเป็นเจ้าสำนัก ได้ถูกพวกมองโกลบุกและทำลาย จึงสูญหายไปจากยุทธภพ

ตามประวัติศาสตร์ ในลัทธิช้วนจินมีวัดที่ชื่อว่า อารามเมฆขาว “ไป๋หวินก่วน” สร้างขึ้นในสมัยราชวงค์หมิงในปีหมิงกั๋ว 27 หรือตรงกับปี ค.ศ. 739 แต่ได้รับ การขนานนามว่าอารามเมฆขาวในปี ค.ศ. 1394 เจงกีสข่านได้ประทานวังแห่งนี้ให้กับนักพรตชุ่ยฉางชุน เพื่อใช้เป็นฐานที่มั่นในการเผยแพร่ลัทธิเต๋า ปัจจุบันเป็นศาสนสถานลัทธิเต๋าที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือของจีน ตั้งอยู่ในเมืองปักกิ่ง


รายชื่อเจ้าสำนัก

เฮ้งเตงเอี้ยง หรือฉายา "กลางอิทธิฤทธิ์" ถูกเอ่ยชื่อถึงใน มังกรหยก
เบ๊เง็ก ฉายา "จ้าวสุริยัน" ปรากฏตัวใน มังกรหยก 1
คูชู่กี สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักจากเบ๊เง็ก ในมังกรหยก 2

7 ศิษย์ช้วนจินก่า

มี ปรากฎว่าเป็นเรื่องจริงที่บันทึกไว้ในหนังสือ ซื้อปิ้ง(วิพากษ์คำร้อยกรอง) ในสำนักช้วนจินก่า มีบุคคลเด่นล้ำทั้งสิ้น 7 คน คือ ช้วนจินฉิกจื้อ หรือ เจ็ดผู้ล้วนจริง ประกอบไปด้วย นักพรตทั้ง 7 แห่งนิกายช้วนจินก่า ซึ่งเป็นศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดฝีมือจากเฮ้งเต็งเอี้ยงคือ

เบ้เง็ก ฉายา ตั้งเอี้ยงจื้อ - เจ้าสุริยัน ศิษย์คนที่ 1 ของเฮ้งเต็งเอี้ยง และเป็นเจ้าสำนักต่อจากเฮ้งเต็งเอี้ยง

คูชู่กี ฉายา เชี่ยงชุนจื้อ - ผู้อมตะ มีพลังฝีมือสูงสุดในบรรดานักพรตทั้ง 7 คน

เฮ้งชู่อิด ฉายา เง็กเอี้ยงจื้อ - อาทิตย์หยกในสำนักฝีมือเป็นรองเพียงคูชู่กี

ท่ำชู่ตวน ฉายา เชี่ยงจินจื้อ - คนจริงยืนยาว

เล่าชูเหียน ฉายา เชี่ยงแชจื้อ - คนจีรัง

ฮึ่งไต้ฮง ฉายา ก้วงเล้งจื้อ - ผู้ไพศาล

ซุนปุกยี่ ฉายา เช็งเจ็งซั่วยิ้น - ผู้วิสุทธิ์พเนจร นักพรตหญิงแห่งชวนจิน


กระบวนท่าของวิชาฝีมือสำนักช้วนจินก่า

ท่า ปิดประตูใหญ่ (ไต้กวงมึ้งเส็ก) เป็นกระบวนท่าอันสูงส่งของสำนักชวนจินก่า ใช้โดยศิษย์สองคนของสำนักชวนจินก่าในตอนที่ก๊วยเจ๋งจะพาเอี้ยก้วยไปฝาก (1-160)

เท้านกเป็ดน้ำสัมพันธ์ (อวงเอียเลี่ยงฮ้วงคา) เป็นเพลงเท้าใช้โดยศิษย์สองคนของสำนักชวนจินก่าในตอนที่ก๊วยเจ๋งจะพาเอี้ย ก้วยไปฝาก (1-161)

หยั่งทะเลพิฆาตมังกร (ท้ำไอ้ตู้เล้ง) เป็นวิชากระบี่ ใช้โดนนักพรตสันทัด ตอนสู้กับก๊วยเจ๋ง (1-161)

สายลบหอบใบไม้ (ขี่ฮวงเซ่าเฮียะ) เป็นวิชากระบี่ใช้โดยนักพรตผอมซูบ ตอนสู้กับก๊วยเจ๋ง (1-161)

แหวกบุปผาปาดหลิว (ฮุงฮวยฮุกลิ้ว) เป็นวิชากระบี่ ใช้โดนนักพรตสันทัด ตอนสู้กับก๊วยเจ๋ง (1-166)

ถอนตัวกลางกระแสเชี่ยว (กิบลิ้วย่งถ่อ) เต็กเช้งตกใช้ตอนที่โดนเอี้ยก้วยยกถังอุจาระทุ่มใส่ (1-200)

ลมหอบใบไม้ร่วง (ฮวงเซ่าเลาะเฮียะ) เป็นเพลงเท้า ใช้โดยนักพรตหนุ่มของชวนจินก่าในตอนที่ประลองกับเอี้ยก้วย (1-239)

เช็ดถูผงธุลี (ไกบั้วติ้งโกว) เป็นเพลงกระบี่ ใช้โดยนักพรตหนุ่มของชวนจินก่าในตอนที่ประลองกับเอี้ยก้วย (1-239)

ไม่ติดค้างไม่คงเหลือ (บ้อเคี่ยมบ้ออื้อ) ใช้โดยนักพรตหนุ่มของชวนจินก่าในตอนที่ประลองกับเอี้ยก้วย (1-239)

หัตถ์ประตูพยัคฆ์ (โฮ้วมึ้งชิ่ว) เป้นฝ่ามือที่เต็กเช้งตกใช้ฟาดใส่เอี้ยก้วย ในงานประลอง (1-243)

สะพานเหล็ก (ทิปังเกี้ย) ฮักไต้ธงใช้ท่านี้ตอนสู้กับเซียวเหล่งนึ่ง (1-277)

สามห่วงสัมพันธ์ (ซาเลี่ยงฮ้วง) เป็นท่าไม้ตายของสำนักชวนจินก่า เตียจี้เก่งใช้ตอนสู้กับอี่จี้เพ้ง (1-326)

หนึ่ง ลมปราณแปลงซำเช็ง (เจ่กคี่ฮ่วยซำเช็ง) เป็นเพลงกระบี่ขั้นสูงล้ำของสำนักชวนจินก่า โถมแทงออกสิบแปดกระบี่ ทุกกระบี่ล้วนแยกจากหนึ่ง* เป็นสอง ขณะแทงออกมีเพียงกระบวนท่าเดียว พอขยับข้อมือท่ากระบี่ก็แยกออกเป็นสอง เอี้ยก้วยใช้ตอนสู้กับ ขอทานชรา(1-488)

เข็มสะกดสุริยัน (เตี่ยเอี้ยงจำ) เยลู่ฉีใช้ตอนสู้กับ (1-554)

ดาวใหญ่เตะดารา (ขวยแชถักเต้าสี่) เอี้ยก้วยใช้เพื่อขวางห้าอัปลักษณ์ไม่ให้เข้ามาทำร้ายร่างของอั้งฉิกกง (1-577

เหินข้ามภุเขาเทียนซัว (เทียนซัวปวยโต่ว) เป็นวิชาเท้าบทเรียนแรกของวิชาฝีมือสำนักชวรจินก่า เตียจี้เก่งใช้ตอนสู้กับเอี้ยก้วย (2-58)

ท่วงท่าถอยม้า (ถ่อเบ๊เส็ก) เป็นท่าหลบหลีกกระบวนท่าเหินข้ามภุเขาเทียนซัว (2-59)

วิ ชชูม่วงทะลวงเมฆ (จี่เตี๋ยงชวงฮุ้น) เป็นกระบวนท่าลึกล้ำ ฝ่ามือบรรลุถึงกลางคันพลันเปลี่ยนทิศทาง ความจริงฟาดใส่แก้มซ้าย ฝ่ามือกลับฟาดก้านคอด้านขวาของศัตรู (2-60)

ห่านป้าจู่โจมเฉียง (งังเกี้ยเซี้ยเค็ก) เอี้ยก้วยใช้ตอนต่อสู้กับกิมลุ้น 2-212

รุ้งขาวพาดผ่านฟ้า (แป๊ะฮ้งเก็งเทียน) เอี้ยก้วยใช้ตอนต่อสู้กับกิมลุ้น 2-212

ม้าย่ำบุปผาร่วง (เบ๊ฉกเลาะฮวย) เอี้ยก้วยใช้ตอนสู้กับกงซุนจี้ 2-453

เมฆขาวพ้นช่องเขา (แป๊ะฮุ้นชุกซิ่ว) เตียจี้เก่งใช้ท่านี้ กระโดดหลบจากการคร่ากุมของศิษย์สำนักชวนจินก่า (3-284)

มหาทีสู่บูรพา (ไต้กังตังขื่อ) เตียจี้เก่งใช้เพื่อจะปริดชีวิตเฮ้งจี่ทั่ง (3-284)

เจ็ดดาวร่วมชุมนุม (ฉิกแชจูหวย) เป็นกระบวนท่าที่ ห้านักพรตชวนจินก่าคิดค้นขึ้นเพื่อไว้รับมือเซียวเหล่งนึ่ง (3-311)

วัดเส้าหลิน

สร้าง ขึ้นในปี พ.ศ. 1038 ในสมัยของไท่เหอเจ้าผู้ครองรัฐวุ่ยเหนือ ในปี พ.ศ. 929 - พ.ศ. 1077เนื่องจากตั้งอยู่บนยอดเขาเส้าซื่อ (จีน: 少室) ทางด้านทิศตะวันตกของเทือกเขาซงซาน (จีน: 松山) ครอบคลุมอาณาเขตพื้นที่เกือบทั้งหมดด้วยป่าหรือ "หลิน" (จีน: 林) ในภาษาจีนกลาง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อ วัดเส้าหลิน ในยุคสมัยบุกเบิกยังไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง ภายหลังจากสร้างขึ้นมาได้ประมาณ 32 ปี ในปี พ.ศ. 1070 พระโพธิธรรมเถระหรือตั๊กม้อ (สำเนียงแต้จิ๋ว หรือ ต๋าหมอในสำเนียงจีนกลาง คำเรียกในภาษาจีนทั้งสองสำเนียงมาจากคำว่า (โพธิ)"ธรรมะ" ในภาษาสันสกฤต )พระภิกษุจากประเทศอินเดีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเซนที่วัดเส้าหลินเป็นครั้งแรก อีกทั้งแลเห็นว่าวัดเส้าหลินอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มีความสงบร่มรื่น เหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรปฏิบัติธรรมจนบรรลุธรรมตามนัยของพุทธศาสนานิกายเซน (เซน เป็นสำเนียงญี่ปุ่น ตรงกับคำว่า ฉาน ในสำเนียงจีนกลาง หรือ เซี้ยง ในสำเนียงแต้จิ๋ว รากศัพท์มาจากคำว่า ธยานะ ในภาษาสันสกฤต หรือ ฌาน ในภาษาบาลีนั่นเอง)

ปรมาจารย์ ตั๊กม้อจึงเข้าพำนักและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสองค์แรก ทำให้ชื่อเสียงของวัดเส้าหลิน อยู่ในฐานะเป็นต้นกำเนิดของศาสนาพุทธนิกายเซนในประเทศจีน กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ตั๊กม้อสร้างความเลื่อมใส ศรัทธาแก่ชาวจีนเป็นอันมาก โดยเฉพาะการพัฒนาวิทยายุทธเส้าหลินให้ลึกล้ำขึ้นกว่าเดิม ถ่ายทอดธรรมะและวิชากังฟูให้แก่หลวงจีนได้ฝึกฝนเพื่อออกกำลังกายและฝึกสมาธิ เนื่องจากเห็นว่าหลวงจีนส่วนใหญ่มีสุขภาพร่างกายอ่อนแอ ไม่สามารถนั่งสมาธิวิปัสสนาและเจริญกรรมฐานอย่างเคร่งครัด จึงหัดให้หลวงจีนเริ่มฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งควบคู่กับการปฏิบัติธรรม การฝึกสอนวิทยายุทธและกังฟูของตั๊กม้อ ได้รับการพัฒนาจนกลายเป็นที่มาของวิทยายุทธเส้าหลินที่สง่างามและทรงพลัง เช่น หมัดเส้าหลิน (อังกฤษ: Shaolin Chuan) หรือเพลงหมัดเส้าหลิน (อังกฤษ: Shaolin Ch'uan Fa) รวมทั้งหมด 18 กระบวนท่า อีกทั้งเป็นการปฏิรูปวิทยายุทธครั้งสำคัญเช่น การขยายท่าฝ่ามืออรหันต์จาก 18 ท่า เป็น 72 ท่า โดยเล็งเห็นว่าวิชากังฟูเส้าหลิน ควรได้รับการถ่ายทอดให้ขยายออกไป เช่นเดียวกับนิกายเซนที่ตั๊กม้อได้เดินทางมาเผยแผ่
เจตนารมณ์ของตั๊กม้อ ประสบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง ศิษย์ของตั๊กม้อเมื่อลาสิกขาออกไปจากวัดเส้าหลินแล้ว ส่วนใหญ่กลายเป็นวีรบุรุษของชาวจีนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีเช่น งักฮุย แม้ในประเทศจีนจะมีวัดนิกายต่าง ๆ อยู่เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากความเก่าแก่ประกอบกับชื่อเสียงอันโด่งดัง เลื่องลือกล่าวขานในด้านวิชากังฟูของเส้าหลิน เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้หลวงจีนหลาย ๆ องค์ นิยมเดินทางมาบวชเรียนเพื่อศึกษาธรรมะ กระบวนท่าวิทยายุทธและกังฟู ทำให้ชาวจีนจำนวนมากเริ่มเดินทางมาวัดเส้าหลินเพื่อฝึกฝนวิชากังฟูของตั๊ก ม้อ จนได้รับความนิยมอย่างมากในเวลาอันรวดเร็ว และกลายเป็นมหาอำนาจกำลังภายในของจีนมากว่าพันปี รวมทั้งยังเกิดสาขาของวัดเส้าหลินอีกนับสิบแห่งทั่วทุกมุมของโลก
ความจิงไม่ใช้ทุกอย่างเรื่องบ้างอย่างเราควรปิดบังมันไว้

#5 นายกีต้าร์

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 170 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 02:34 AM

ไม่มีไรทำครับ เลย ลงเล่นๆๆ ปีหน้าแน่ลยเกมที่รอคอย ใครมีเซิฟนอก ของ ลิ้งน่อย จ้า +เวปสมัครด้วยยิ่งดี จะขอบคุณมาก แล้วก็ :TigerST00028:
ความจิงไม่ใช้ทุกอย่างเรื่องบ้างอย่างเราควรปิดบังมันไว้

#6 ถังไป่หู่

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 50 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 09:52 AM

โอ๋ๆ ข้าน้อยตาลาย :TigerST00045:

โพสรูปภาพ


唐伯虎 4 นักปราชญ์แดนใต้


#7 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 12:46 PM

ผมกำลังอ่ายอยู่ ถ้าใครอยากเล่ยเกมนี้อย่างมีอรรถรสอ่านเลยครับมันสำคัญมากๆนะโพสรูปภาพ

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#8 จานซานฟง (เตียซำฮง)

    ปรมจารย์ไทเก็ก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1655 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 05:41 PM

มีการกล่าวถึงข้าเยอะพอสมควรเลยนะเนี่ย :Soldier05:

โพสต์นี้ถูกแก้ไขโดย จานซานฟง (เตียซำฮง): 18 November 2011 - 05:41 PM

โพสรูปภาพ


#9 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 08:20 PM

ดังอยู่แ้ว้วววว :Soldier05:

โพสต์นี้ถูกแก้ไขโดย Chen Wudang《陈武当》: 18 November 2011 - 08:20 PM

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#10 จานซานฟง (เตียซำฮง)

    ปรมจารย์ไทเก็ก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1655 โพส:

โพสต์ 18 November 2011 - 10:40 PM

อากิโตะผมอะท่านคิม (มีหรือเปล่า)

โพสต์นี้ถูกแก้ไขโดย จานซานฟง (เตียซำฮง): 18 November 2011 - 10:41 PM

โพสรูปภาพ


#11 ห่าวเฉวียเจอะ

    เสื้อสกปรก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1668 โพส:

โพสต์ 19 November 2011 - 01:53 AM

โอ้ว เหมือนเคยเห็น Copyมาทั้งดุ้นเลยนะท่าน

ให้เครดิตเค้าด้วยเน้อ ^^"

โพสรูปภาพ


เพียงหนึ่งทรนงค์ คู่กันแข็งแกร่ง หลอมรวมไร้ต้าน


#12 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 19 November 2011 - 06:33 AM

ดูโพสจานซานฟง (เตียซำฮง), บน 18 November 2011 - 10:40 PM, กล่าว:

อากิโตะผมอะท่านคิม (มีหรือเปล่า)


เอาไว้ถ้ามันมีมาแล้วน้องผมซื้อมาดูผมก็จะลงครับ 555 ขาดตลาด

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#13 GAME_OVER

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 160 โพส:

โพสต์ 19 November 2011 - 12:08 PM

ขอบคุณมากครับ กำลังต้องการ :Soldier14: :Soldier14:
→ ถล่มเมฆา ผ่าปฐพี
→ Do you feel cold and lost in desperation ?



โพสรูปภาพ


#14 จานซานฟง (เตียซำฮง)

    ปรมจารย์ไทเก็ก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1655 โพส:

โพสต์ 19 November 2011 - 12:53 PM

ดูโพสChen Wudang《陈武当》, บน 19 November 2011 - 06:33 AM, กล่าว:

ดูโพสจานซานฟง (เตียซำฮง), บน 18 November 2011 - 10:40 PM, กล่าว:

อากิโตะผมอะท่านคิม (มีหรือเปล่า)


เอาไว้ถ้ามันมีมาแล้วน้องผมซื้อมาดูผมก็จะลงครับ 555 ขาดตลาด
ที่อยากให้ลงอากิโตะเพราะมีนเป็นไรเดอร์ที่มีพลังไทเก็กปะปนอยู่ :Soldier05:

โพสรูปภาพ


#15 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 19 November 2011 - 02:25 PM

ช่วงนี้ขาดตลาด 555 วิวในยูทูปดูเยอะเหมือนกันนะครับเนี่ย

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#16 ManGoodMan

    Newbie

  • Members
  • Pip
  • 1 โพส:

โพสต์ 20 November 2011 - 12:39 PM

เก้าเอี้ยง จงเจริญ!!! ประมุขเตีย จงเจริญ!!!

#17 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 20 November 2011 - 05:40 PM

ดูโพสManGoodMan, บน 20 November 2011 - 12:39 PM, กล่าว:

เก้าเอี้ยง จงเจริญ!!! ประมุขเตีย จงเจริญ!!!

จงเจริ๊ญ จงเจริญ

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#18 จานซานฟง (เตียซำฮง)

    ปรมจารย์ไทเก็ก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1655 โพส:

โพสต์ 20 November 2011 - 07:14 PM

โอ้ว ทีนี้นิกายเม้งก่าเยอะพอสมควร :TigerST00014:

โพสรูปภาพ


#19 HenryZhang

    Advanced Member

  • Members
  • PipPipPip
  • 395 โพส:

โพสต์ 20 November 2011 - 07:26 PM

นิกายเม้งก่าแรกดีกลางๆชั่วปลายๆดี :Soldier05: :Soldier05:

Henry Zhang


นักเทควันโดน้อยผู้พเนจร


#20 จานซานฟง (เตียซำฮง)

    ปรมจารย์ไทเก็ก

  • Members
  • PipPipPip
  • 1655 โพส:

โพสต์ 20 November 2011 - 07:49 PM

อย่างน้อยก็เป็นมิตรกับบู๊ตึ๊ง

(ไทเก็กเราจงเจริญ)

ว่าแต่ท่านคิมลบหมอเทพเทวดาไปทำไมอ่า

โพสรูปภาพ






1 ผู้ใช้(s) กำลังอ่านหัวข้อนี้

0 สมาชิก, 1 ผู้เยี่ยมชม, 0 ผู้ใช้ไม่เปิดเผยตัว

Copyright © 2014 Cubinet Interactive (Thailand) Co.,Ltd